การใช้ประโยชน์จากค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์
1.
ใช้เปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์หรือตัวรีดิวซ์ สารที่มีค่า
EO สูงจะเป็นตัวออกซิไดส์ (รับอิเล็กตรอน) ที่ดีกว่าสารที่มีค่า
EO ต่ำกว่า
Ag+(aq) + e– ® Ag(s) EO =
+0.80 V
Cu2+(aq) +
2e– ® Cu(s)
EO = +0.34 V
2H+(aq) + 2e– ® H2(g) EO =
+0.00 V
Pb2+(aq) +
2e– ® Pb(s) EO =
–0.13 V
Zn2+(aq) +
2e– ® Zn(s) EO =
–0.76 V
Ag+ , Cu2+
รับอิเล็กตรอนได้ดีกว่า H+ ส่วน Pb2+ , Zn2+ รับอิเล็กตรอนได้น้อยกว่า
H+
โดยที่ Ag+
รับอิเล็กตรอนได้กว่า Cu2+
, H+ , Pb2+ และ Zn2+
ตามลำดับ สารที่มีค่า EO
น้อยหรือเป็นลบมากจะรับอิเล็กตรอนได้ไม่ดีหรือเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ดีกว่า
และเป็นตัวรีดิวซ์ที่ดี ดังนั้น Zn จึงเป็นตัวรีดิวซ์ที่แรงที่สุด
2.
ใช้คำนวณหาค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ เมื่อนำครึ่งเซลล์ที่ทราบค่า
EO สองครึ่งเซลล์มาต่อกันเป็นเซลล์กัลวานิก
โดยใช้ความสัมพันธ์
EO
ที่ใช้ในการแทนค่าจะเป็น EO
ของปฏิกิริยารีดักชันเสมอ
ไม่ว่าครึ่งปฏิกิริยานั้นจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันหรือรีดักชัน
·
จะเป็นของครึ่งปฏิกิริยารีดักชัน
หรือ
·
จะเป็นค่า
ซึ่งได้จากการกลับเครื่องหมายค่า จากตาราง
ตัวอย่างที่
9
จากปฏิกิริยาระหว่างเหล็กกับ AgNO3 เขียนแทนด้วยสมการดังนี้
Fe(s) +
2AgNO3(aq) ® Fe2+(aq) + 2Ag(s)
จงคำนวณหาค่า ของเซลล์กัลวานิกที่ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้น
วิธีทำ จากสมการ
ที่แอโนด
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น
Fe(s) ® Fe2+(aq) +
2e– EO = –0.41
V
ที่แคโทด
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น
Ag+(aq) + e– ® Ag(s)
EO = +0.80 V
= +1.21 V
ดังนั้น ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ =
+1.21 V
ตัวอย่างที่
10 ถ้านำครึ่งเซลล์ Al(s)|Al3+(aq, 1 mol/dm3) กับครึ่งเซลล์ Cu(s)|Cu2+(aq, 1 mol/dm3) ที่อุณหภูมิ 25OC มาต่อกันเป็นเซลล์กัลวานิก
ศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์มีค่าเท่าใด
วิธีทำ จากตารางศักย์ไฟฟ้ารีดักชันมาตรฐานของครึ่งเซลล์เป็นดังนี้
Al3+(aq) +
3e– ® Al(s)
EO = –1.86 V
Cu2+(aq) +
2e– ® Cu(s)
EO = +0.34 V
ครึ่งเซลล์ Cu(s)|Cu2+(aq, 1 mol/dm3) มีค่า
EO
สูงกว่า รับอิเล็กตรอนได้ดีกว่า จึงเป็นแคโทด ส่วนครึ่งเซลล์
Al(s)|Al3+(aq, 1 mol/dm3) เป็นแอโนด
ศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์หาได้ดังนี้
= +2.02
V
ดังนั้น ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ =
+2.02 V
3.
ใช้คำทำนายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาว่าปฏิกิริยาจะดำเนินไปในทางใด
หรือทำนายว่าปฏิกิริยารีดอกซ์ที่เขียนไว้เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่
เมื่อรวมสองครึ่งปฏิกิริยาเข้าด้วยกัน ครึ่งปฏิกิริยาที่มีค่า
EO เป็นบวกมากกว่าจะรับอิเล็กตรอน
หรือเกิดปฏิกิริยารีดักชัน และสารที่มีค่า EO
เป็นบวกน้อยกว่าจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันให้อิเล็กตรอน
ตัวอย่างเช่น ใส่แผ่นโลหะสังกะสีลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก
สังเกตพบว่ามีฟองแก๊สไฮโดรเจนเกิดขึ้น
สมการแสดงปฏิกิริยาเป็นดังนี้
ปฏิกิริยาออกซิเดชัน Zn(s) ® Zn2+(aq) +
2e–
ปฏิกิริยารีดักชัน 2H+(aq) + 2e– ® H2(g)
ปฏิกิริยารีดอกซ์
Zn(s) + 2H+(aq)
® Zn2+(aq) + H2(g)
ศักย์ไฟฟ้ารีดักชันมาตรฐานเป็นดังนี้
Zn2+(aq) +
2e– ® Zn(s)
EO = –0.76 V
2H+(aq) + 2e– ® H2(g)
EO = 0.00 V
คำนวณศักย์ไฟฟ้ารีดักชันมาตรฐานของเซลล์ได้ดังนี้
= +0.76 V
เซลล์กัลวานิกที่มีค่า เป็นบวก
แปลความหมายได้ว่าปฏิกิริยาที่เขียนแสดงไว้นั้นเกิดขึ้นได้จริง ดังนั้นการใส่โลหะ
Zn ลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริกจึงสังเกตเห็นฟองแก๊สไฮโดรเจนเกิดขึ้น
ถ้าใส่แผ่นโลหะทองแดงลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก
สมการแสดงปฏิกิริยาเป็นดังนี้
ปฏิกิริยาออกซิเดชัน Cu(s) ® Cu2+(aq) +
2e–
ปฏิกิริยารีดักชัน 2H+(aq) + 2e– ® H2(g)
ปฏิกิริยารีดอกซ์
Cu(s) + 2H+(aq)
® Cu2+(aq) + H2(g)
ศักย์ไฟฟ้ารีดักชันมาตรฐานเป็นดังนี้
Cu2+(aq) +
2e– ® Cu(s)
EO = +0.34 V
2H+(aq) + 2e– ® H2(g)
EO = 0.00 V
คำนวณศักย์ไฟฟ้ารีดักชันมาตรฐานของเซลล์ได้ดังนี้
= –0.34 V
เซลล์กัลวานิกที่มีค่า เป็นลบ
แปลความหมายได้ว่าปฏิกิริยาที่เขียนแสดงไว้นั้นเกิดขึ้นไม่ได้
นั่นคือเมื่อใส่โลหะทองแดงลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริกจะสังเกตไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง
เมื่อพิจารณาค่า EO ของครึ่งเซลล์
พบว่า EO ของครึ่งเซล Cu(s)|Cu2+(aq, 1 mol/dm3) สูง EO ของครึ่งเซลล์
Pt(s)| H2(g,
1 atm)|H+(aq, 1 mol/dm3) ครึ่งเซลล์ Cu(s)|Cu2+(aq, 1 mol/dm3) จึงควรเกิดปฏิกิริยารีดักชันและมีทิศทางตรงข้ามกับปฏิกิริยาที่กำหนดให้
เมื่อคำนวณค่า EO จะเป็นบวก
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจริงจึงเป็นดังนี้
H2(g) +
Cu2+(aq)
® 2H+(aq) + Cu(s)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น